Frequently Asked Questions

การขอวีซ่าของผู้ประกอบการธุรกิจในสหรัฐฯ

 

 

สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้

o วีซ่าประเภท E-1 – ผู้ประกอบการธุรกิจต่างชาติในสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงไทย สามารถร้องขอวีซ่าชนิดนี้ได้ หากมีธุรกิจการค้าขายระหว่างสหรัฐฯ และประเทศ คู่เจรจาการทําธุรกิจในสหรัฐฯ 14

o วีซ่าประเภท E-2 – ผู้ประกอบการจากประเทศคู่เจรจาซึ่งรวมถึง ไทยสามารถร้องขอวีซ่าชนิดนี้ได้หากทําการลงทุนทําธุรกิจในสหรัฐฯ

o วีซ่าประเภท H-1B – วีซ่าประเภทนี้จัดเป็นวีซ่าชั่วคราว โดยผู้ร้องขอวีซ่า จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่ใช้ความรู้พิเศษ เช่น สถาปนิก วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือเทววิทยา โดยจํานวนผู้ที่สหรัฐฯ สามารถออกวีซ่าประเภท นี้ได้อยู่ที่ 65,000 คน ซึ่งวีซ่าจะมีผลบังคับใช้ได้มากที่สุด 3 ปีและสามารถ ต่อได้อีก 6 ปี

o วีซ่าประเภท L-1 – วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้ผู้ร้องขอวีซ่าซึ่งมีความสามารถ พิเศษ และดํารงตําแหน่งเป็นผู้บริหาร ผู้จัดการและพนักงานของบริษัทแม่ อย่างน้อย 12 เดือนก่อนทําการร้องขอเข้ามาทํางานชั่วคราวได้ในสหรัฐฯ เป็นเวลามากที่สุด 7 ปี

 

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่


 

การตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทไทยในประเทศไทย

บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการไทยมักเกิดคำถามว่า บริษัทที่กำลังจะร่วมมือหรือทำธุรกิจด้วยนั้นมีสถานะอย่างไร? จะเป็นบริษัทเล็กหรือใหญ่เพียงใด มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน หรือมีตัวตันอยู่จริงหรือไม่?

การทำธุรกิจกับบริษัทใดก็ตาม นักธุรกิจควรที่จะตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทเหล่านั้น นักธุรกิจควรที่จะติดต่อไปยังบริษัทเหล่านั้นโดยตรง เช่น ที่ตั้งของบริษัท ที่ตั้งของโรงงาน ระยะเวลาการดำเนินกิจการ ประเภทการดำเนินธุรกิจ (ผู้ผลิต/ผู้แทนจำหน่าย) เป็นต้น โดยควรติดต่อไปที่หมายเลขโทรศัพท์กลางของบริษัท และหลีกเลี่ยงการติดต่อไปยังหมายเลขมือถือของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อป้องกันปัญหา“การสวมรอย”   รวมทั้งควรขอดูเอกสารที่เกี่ยวข้องของบริษัทนั้นๆ เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน ใบอนุญาตส่งออกสินค้า หรือใบรับรองมาตรฐานสินค้า ฯลฯ ซึ่งเอกสารเหล่านี้จะมีข้อมูลการพาณิชย์ที่สำคัญต่อการนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบสถานะของบริษัท อาทิ ชื่อบริษัทภาษาไทย/อังกฤษ เลขที่ทะเบียนเอกสาร เลขที่ตั้งบริษัท ตัวเลขมาตรฐานสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากบริษัทนั้นๆ สามารถมอบสำเนาให้ดูได้โดยไม่มีเงื่อนไขขัดข้องใดๆ ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจในระดับหนึ่ง

หลังจากทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัทจีนที่ได้จากการสอบถามมาแล้ว ผู้ประกอบการไทยควรค้นหาข้อมูลของบริษัทดังกล่าวเพิ่มเติมผ่านแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อเป็นการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่าข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์หรือฐานข้อมูลออนไลน์ต่างๆ นั้นตรงกับข้อมูลที่บริษัทได้แจ้งไว้ก่อนหน้าหรือไม่ โดยผู้ประกอบการที่ต้องการรายชื่อบริษัทไทยในประเทศไทยที่ผ่านการตรวจความน่าเชื่อถือจากกระทรวงพาณิชย์โดยสามารถเข้าไปที่เว็บกระทรวงพาณิชย์ที่นี่

ขอขอบคุณข้อมูล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกระทรวงพาณิชย์


 

การดำเนินการในกรณีการนำเข้าที่มีปัญหา

ปัญหา

การนําเข้าที่เป็นปัญหากับศุลกากรสหรัฐฯ อาจจะเกิดขึ้นในกรณี

1. สินค้าไม่ตรงตามที่ระบุในเอกสารนำเข้าในเรื่องของชนิด ปริมาณ หรือมูลค่า

2. การระบุประเภทของสินค้าตามรหัสศุลกากรสหรัฐฯ ไม่ถูกต้อง อัตราภาษีที่ผู้นำเข้าระบุไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นการกระทําโดยตั้งใจ ศุลกากรสหรัฐฯ มีอํานาจสั่งปรับหรือสั่งลงโทษ

การดำเนินการเมื่อเกิดปัญหา

สินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าด้วยเหตุผลเรื่องการฝ่าฝืนต่างๆ จะต้องผ่านการดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้คือ

1. แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎระเบียบเพื่อให้ศุลกากรสหรัฐฯ ยอมรับและตรวจปล่อยออกสู่ตลาด

2. ทําลายทิ้งภายใต้การดูแลควบคุมของศุลกากรสหรัฐฯ

3. ส่งกลับคืนออกไปภายใต้การดูแลควบคุมของศุลกากรสหรัฐฯ

 

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กฏระเบียบเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก

 


 

อุตสาหกรรมหลักๆ ในแต่ละภูมิภาคของสหรัฐฯ

 

 

o นิวอิงแลนด์ (New England or Northeastern): การท่องเที่ยว การศึกษา การประมง และอุตสาหกรรมการผลิต (manufacturing) บางชนิด

o มิด แอตแลนติก (Mid Atlantic): การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมการผลิต

o ตอนใต้ (South – ASO): อุตสาหกรรมสิ่งทอ เกษตรกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ การไฟฟ้า และอุตสาหกรรมชนิดใหม่ (new industry)การทําธุรกิจในสหรัฐฯ 2

o ตะวันตกตอนกลาง/ภาคกลาง (Mid West/Central – ACE): เกษตรกรรม อุตสาหกรรมหนัก (heavy industry) อุตสาหกรรมการผลิต การท่องเที่ยว และการทําเหมืองแร่และทรัพยากรธรรมชาติ ชนิดอื่นๆ

o แปซิฟิก (Pacific – AWP): การท่องเที่ยว การทําป่าไม้ เกษตรกรรม การไฟฟ้า เทคโนโลยีชั้นสูง (high technology) และทรัพยากรธรรมชาติ

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่


 

หน่วยงานของสหรัฐฯ ที่มีบทบาทต่อการควบคุมสินค้านำเข้า

 

 

1.U.S. Internal Revenue Service-IRS หนวยงานสรรพกรสหรัฐฯ

2. Bureau of Alcohol, Tobacco, and Firearms ควบคุมสินค้าเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ อาวุธ และลูกปืน

3.Animal and Plant Inspection Service ควบคุมผลิตภัณฑ์จากสัตว์และพืช

4.U.S. Fish and Wildlife Service ควบคุมสินค้าประเภทปลา และสัตว์ป่า

5.Food and Drug Administration ควบคุมสินค้าอาหารและยา

6.Consumer Product Safety Commission ควบคุมสินค้าทั่วไป สําหรับผู้บริโภค

 


 

ข้อมูลเศรษฐกิจรายรัฐ

us map small

ปฏิทินกิจกรรมในสหรัฐฯ

    ดูทั้งหมด
    • Bangkok (Bangkok)

      Monday, December 11, 2017, 22:07

    • Washington, DC (Washington, DC)

      Monday, December 11, 2017, 10:07

    ทวิตเตอร์ล่าสุด