การลงทุนในสหรัฐฯ

ทำไมจึงต้องลงทุนในสหรัฐฯ

1. ขนาดจำนวนประชากรที่ใหญ่และจำนวนประชากรที่ยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน (ปี 2557) สหรัฐฯ มีจำนวนประชากรประมาณ 313 ล้านคน มากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากประเทศจีนและอินเดีย จำนวนประชากรที่หนาแน่นเป็นเครื่องรับรองว่าสินค้าประเภทสิ่งจำเป็น เช่น อาหาร, ยา, สาธารณูปโภค มีโอกาสสูงทางการตลาด

2. กำลังซื้อของชาวอเมริกันมีมากกว่าประเทศกำลังพัฒนาหลายๆประเทศ ซึ่งจากการจัดอันดับของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF สหรัฐฯ มีกำลังซื้อต่อหัวเฉลี่ย 53,101 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี เป็นอันดับที่ 6 ของโลก

3. ความหลากหลายทางเชื้อชาติและอัตราการอพยพเข้าสหรัฐฯ ที่สูงเปิดโอกาสและความหลากหลายทางการตลาด

4. นโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนการลงทุนทุกชนิดจากต่างชาติไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรง (Direct Investment) ที่นักลงทุนต่างชาติสามารถทำการควบคุมหรือมีส่วนร่วมอย่างมากในการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ หรือการลงทุนที่เป็น Portfolio Investments ในลักษณะการกู้ยืมเงินหรือ Portfolio Equity ที่จำกัดบทบาทของนักลงทุนในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจนั้นๆ ภายในสหรัฐฯ บุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกันสามารถทำการลงทุนจัดตั้งสำนักงานธุรกิจหรือสำนักงานสาขาในสหรัฐฯ ได้โดยรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือรัฐบาลท้องถิ่นเข้ามาควบคุมในระดับต่ำ ทั้งนี้ ยกเว้นในกรณีที่เป็นธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่อความปลอดภัยของประเทศก็จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดในการควบคุมการดำเนินธุรกิจนั้นๆ นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติยังได้รับสิทธิเท่าเทียมกับนักลงทุนท้องถิ่นในเรื่องของการจัดการด้านการเงินและอาจมีสิทธิที่จะได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย

          นโยบายส่งเสริมการลงทุน

1. รัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Federal Government) ไม่มีข้อกีดกันหรือห้ามการลงทุนจาก ต่างประเทศ และให้สิทธิผู้ประกอบการจากต่างประเทศเท่าเทียมกับผู้ประกอบการในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ รัฐบาลกลางสหรัฐฯ อนุญาตให้ต่างประเทศลงทุนในกิจการบางสาขาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เช่น การป้องกันประเทศ พลังงานนิวเคลียร์ การสื่อสาร การธนาคาร และการคมนาคมขนส่ง แต่จะควบคุมเข้มงวดเป็นพิเศษ

2. รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประกาศนโยบาย “Open Economies” เมื่อเดือนมีนาคม 2550 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าซึ่งรวมไปถึงการลงทุน “Invest in America” โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการผลักดันการลงทุนจากต่างประเทศ

3. รัฐบาลระดับมลรัฐทุกแห่งจำนวน 50 มลรัฐ จัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมไปถึงการให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน

สำหรับแหล่งข้อมูลส่งเสริมการลงทุนในสหรัฐฯ สามารถตรวจสอบได้จากhttp://selectusa.commerce.gov/ ซึ่งเว็บไซต์นี้ยังมีลิงค์เข้าสู่หน่วยงานต่างๆระดับมลรัฐ สำหรับข้อมูลรายละเอียดการลงทุนในแต่ละรัฐ

 

การเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อวัตถุประสงค์การลงทุน

สำหรับผู้ที่ต้องการมาลงทุนในสหรัฐฯ ก่อนอื่นควรจะต้องทราบกฎระเบียบเกี่ยวกับวีซ่าสำหรับนักลงทุนในสหรัฐฯ ซึ่งวีซ่าประเภทดังกล่าวคือ E-1 หรือ E-2

วีซ่าประเภท E เป็นวีซ่าที่ออกให้แก่ผู้สมัครจากประเทศที่มีสนธิสัญญาการค้ากับสหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นพันธมิตรทางการค้ากับสหรัฐฯ ในสนธิสัญญาดังกล่าว ดังนั้น ผู้มีสัญชาติไทยจึงเป็นผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับวีซ่าประเภทนี้ โดยความแตกต่างระหว่างวีซ่าประเภท E-1 และ E-2 คือ วีซ่าประเภท E-1 จะให้สำหรับผู้ค้าที่เดินทางมาหรือพำนักในสหรัฐฯ เพื่อวัตถุประสงค์ในการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับไทย นอกจากนี้ ลูกจ้างระดับสูงของบริษัทหรือธุรกิจประเภทดังกล่าวสามารถขอวีซ่าประเภท E-1 ได้เช่นกัน ส่วนวีซ่าประเภท E-2 จะให้สำหรับผู้ลงทุนโดยตรงในประเทศสหรัฐฯ โดยจะต้องมีจำนวนเงินที่ลงทุนอย่างเหมาะสม คือ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ หรือเข้าไปซื้อกิจการจากบริษัทที่จะทำให้เกิดกำไรสามารถสร้างงานให้แก่เศรษฐกิจสหรัฐฯ วีซ่าเพื่อการลงทุนนี้สามารถขยายระยะเวลาอยู่ในสหรัฐฯ ได้

คุณสมบัติผู้ขอวีซ่าประเภท E-2 คือ อาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นนิติบุคคล ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจในองค์กรธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำจะต้องมีเปอร์เซ็นต์การลงทุนสูงกว่าการลงทุนในองค์กรทางธุรกิจที่มีต้นทุนสูง การลงทุนทางธุรกิจนั้นต้องเป็นการลงทุนที่มีการดำเนินงานจริง ไม่ใช่การเก็งกำไร และการลงทุนนั้นต้องสร้างรายได้ให้กับตัวผู้ลงทุนเองที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ ได้ รวมทั้งยังสามารถสร้างงานให้กับชาวอเมริกันได้อีกด้วย ถ้าเป็นธุรกิจขนาดเล็กและเป็นการลงทุนร่วม ผู้ที่จะขอวีซ่า E-2 ต้องแสดงหลักฐานว่ามีการลงทุนอย่างน้อย 50 % ของธุรกิจนั้น

นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ยังมีโครงการที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติอาศัยในสหรัฐฯ กรณีลงทุนในธุรกิจที่มีการจ้างงาน ซึ่งวีซ่าประเภทนี้คือ EB-5 เป็นวีซ่าสำหรับนักลงทุนที่ประสงค์จะทำการลงทุนในสหรัฐฯ โดยจะต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ และจะต้องแสดงหลักฐานว่าการลงทุนนั้นจะสร้างงานให้แก่ชาวอเมริกันและธุรกิจนั้นจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งผู้ได้รับวีซ่าตามโครงการนี้มีสิทธิขอเปลี่ยนสถานะเป็นผู้พำนักถาวรหรือ green card ได้ รายละเอียดการขอวีซ่าทั้ง 3 ประเภทสามารถตรวจสอบได้จาก http://www.uscis.gov

ข้อมูลเศรษฐกิจรายรัฐ

us map small

ปฏิทินกิจกรรมในสหรัฐฯ

    ดูทั้งหมด
    • Bangkok (Bangkok)

      Saturday, October 21, 2017, 13:27

    • Washington, DC (Washington, DC)

      Saturday, October 21, 2017, 02:27

    ทวิตเตอร์ล่าสุด