ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อการบริโภค

ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อการบริโภคเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของเศรษฐกิจไทย โดยประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในสิบของผู้ผลิตและส่งออกอาหารของโลก ซึ่งอุตสาหกรรมทางด้านอาหารคิดเป็นร้อยละ 28 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ความเลื่องชื่อของอาหารไทยนี่เองจึงเป็นที่มาของฉายา “ครัวของโลก”

ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรของประเทศไทย บวกกับสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกทั้งปี อีกทั้งแรงงานที่มีคุณภาพ ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบในตลาดอาหารโลก ในปี พ.ศ. 2552  ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อการบริโภคไปทั่วโลกมากกว่าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจำนวนนี้คิดเป็นการส่งออกไปสู่สหรัฐฯ มูลค่าสองพันห้าร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ส่งออกหลักๆ ได้แก่

2.1 ข้าว

“ข้าวไทย” เป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี โดยข้าวและผลิตภัณฑ์แปลรูปจากข้าว เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ข้าวเสริมวิตามิน ข้าวหุงสำเร็จรูปแช่แข็ง และขนมกรุบกรอบที่ผลิตจากข้าวมียอดส่งออกทั้งหมดทั่วโลกกว่า 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี

และถึงแม้ในระยะหลัง “ข้าวไทย” จะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านปริมาณการผลิตและราคาของประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น เวียดนาม หรือแม้กระทั่งการพัฒนาพันธุ์ข้าวของสหรัฐฯ เพื่อแข่งขันกับข้าวหอมมะลิไทยโดยเฉพาะ รวมทั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ “ข้าวไทย” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ซึ่งหากพิจารณาตลาดส่งออกข้าวไทยรายภูมิภาคจะพบว่า ตลาดสำคัญยังคงอยู่ในทวีปเอเชีย ทั้งเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ รวมถึงตะวันออกกลางและแอฟริกา นอกจากนี้ ยังกระจายไปในยุโรป อเมริกา และประเทศในแถบแปซิฟิกใต้

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ข้าวไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปเจาะตลาดต่างๆ ทั่วโลก คือชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกประกอบกับข้าวหอมมะลิไทยมีคุณภาพด้านรสชาติและความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกปากของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคชาวเอเชียซึ่งบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก รวมถึงประเทศที่สามารถปลูกข้าวเองได้แต่ยังมีกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ อาทิ บังคลาเทศ โอมาน ไนจีเรีย นอกจากนี้ ข้าวไทยยังมีโอกาสสูงในการเจาะตลาดต่างประเทศที่แม้ประชากรส่วนใหญ่จะไม่ได้บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ข้าวไทยก็ถือเป็นสินค้า Premium สำหรับผู้มีรายได้ดีในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

2.2 กุ้ง

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกกุ้งสู่สหรัฐฯ มากกว่าประเทศใดๆ ในโลก โดยคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.28 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ต่อปี สาเหตุที่กุ้งจากไทยได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ นั้น เนื่องจากกุ้งของไทยมีคุณภาพสูง อีกทั้งมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ด้วยเหตุนี้ประเทศไทยจึงเป็นแหล่งนำเข้ากุ้งอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ ตลอดสิบปีที่ผ่านมา

2.3 ผักและผลไม้

ผักและผลไม้ นับเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล โดยในแต่ละปีไทยมียอดการส่งออกผัก ผลไม้ ทั้งรูปของสด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง รวม 3-4 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ซึ่งเป็นเพราะผลผลิตผักผลไม้ของไทยมีความหลากหลาย และต่อเนื่องตลอดปี ทำให้มีความได้เปรียบด้านประเภทสินค้า และมีความยืดหยุ่นด้านปริมาณการส่งออก ทั้งยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รสชาติดีเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกที่สำคัญของสินค้าผักและผลไม้ไทย ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และฮ่องกง คิดเป็นสัดส่วนรวม 79% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ขณะเดียวกันก็มีตลาดอื่นที่มีอัตราการขยายตัวสูง เช่น พม่า ที่ตลาดมีการขยายตัวถึง 45% และเกาหลีใต้ ที่ตลาดมีการขยายตัวอยู่ที่ 20%

สำหรับตลาดในสหรัฐฯ นั้น ผลไม้ไทยที่เป็นที่ต้องการของตลาดสหรัฐฯ ได้แก่ มังคุด, ลำไย และเงาะ นอกจากนี้ มะพร้าวอ่อนและน้ำผลไม้กระป๋องเพื่อสุขภาพ เช่น น้ำลำไย, น้ำมังคุด, หรือน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพจากโครงการหลวง ก็มีการส่งไปจำหน่ายในสหรัฐฯ เช่นกัน และมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควร ส่วนมะม่วงจากไทยยังไม่สามารถแข่งขันกับมะม่วงจากเม็กซิโกได้ เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งทางอากาศที่สูงและคุณภาพมะม่วงที่ไม่มีความทนทานกับการขนส่งที่ใช้เวลาทางเรือได้

ทั้งนี้ หากท่านสนใจในแนวโน้มของตลาดผลไม้เมืองร้อนในสหรัฐฯ โปรดอ่านรายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยไปที่ URL ข้างล่างนี้

http://wdemo5.globescope.com/sites/default/files/documents/Report-Tropical%20Fruit%20in%20the%20U.S.%20Market_0.pdf

2.4 น้ำตาล

ประเทศไทยนั้นถือเป็นผู้ส่งออกผลผลิตจากอ้อย และน้ำตาลทรายเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน โดยปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานน้ำตาลอยู่กว่า 40 แห่ง กระจายอยู่ตามแหล่งปลูกอ้อย ซึ่งเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต จนกลายเป็นผลผลิตน้ำตาลทรายราว 80 ล้านกระสอบต่อปี ซึ่งคนไทยมีการบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 30 กิโลกรัม/คน/ปี โดยในเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2555 มีการบริโภคน้ำตาลทรายในประเทศจำนวน 450,621.70 ตัน ในขณะที่การบริโภคในต่างประเทศอยู่ระหว่าง 10-70 กิโลกรัม/คน/ปี คิดเป็นการบริโภคโดยรวมตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2555 จำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% ส่วนการส่งออกน้ำตาลของไทยสู่สหรัฐฯ นั้น สหรัฐฯ นำเข้าน้ำตาลจากประเทศไทยเป็นมูลค่าราว 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี เปรียบเทียบกับจำนวนส่งออกน้ำตาลของไทยทั้งหมด 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั่วโลก

น้ำตาล ถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity goods) ที่มีความเคลื่อนไหวของราคาที่อิงราคาตลาดโลก ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตราคาน้ำตาลทรายดิบจะปรับราคาสูงขึ้น อยู่ที่ราคา 18.80-18.85 เซนต์ต่อปอนด์ จากเดิมที่ราคา 18.5 เซนต์ต่อปอนด์ เนื่องจากผลผลิตที่ออกมาจำนวนที่ลดลงจากสภาพอากาศร้อน แต่ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดที่มีอย่างต่อเนื่อง

2.5 อาหารแปรรูป หรืออาหารกระป๋อง

ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 9.6 – 9.6 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งนอกเหนือจากการส่งออกข้าว กุ้ง และน้ำตาลทรายแล้ว ประเทศไทยยังมีการส่งออกอาหารกระป๋อง และแปรรูปเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยสหรัฐฯ เป็นตลาดหลักของไทยในการส่งออกสินค้าประเภทปลาทูน่ากระป๋อง ไม่ว่าจะเป็นปลาทูน่าในน้ำมันพืช และปลาทูน่าในน้ำเกลือ มีสัดส่วน 23% ของมูลค่าการส่งออกทูน่าแปรรูปทั้งหมดของไทย ซึ่งไทยครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเป็นแหล่งส่งออกสำคัญของอาหารประเภทผักและผลไม้แปรรูปของไทย โดยแต่ละปีไทยทำรายได้มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าว ทั้งนี้เป็นผลมาจากจุดแข็งของประเทศไทยที่มีสถานะเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าผักผลไม้กระป๋องรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าสับปะรดกระป๋อง และน้ำสับปะรด ประกอบกับมีโรงงานผลิตได้มาตรฐานอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐาน HACCP และ GMP ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับในระดับโลก

ข้อมูลเศรษฐกิจรายรัฐ

us map small

ปฏิทินกิจกรรมในสหรัฐฯ

    ดูทั้งหมด
    • Bangkok (Bangkok)

      Saturday, October 21, 2017, 13:29

    • Washington, DC (Washington, DC)

      Saturday, October 21, 2017, 02:29

    ทวิตเตอร์ล่าสุด